พระราชบัญญัติ
                            ยาสูบ (ฉบับที่ 6)
                              พ.ศ. 2534
   ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
                   ให้ไว้ ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2534
                        เป็นปีที่ 46 ในรัชกาลปัจจุบัน
   พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้
ประกาศว่า
   โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยยาสูบ
   จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

   มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2534"

   มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2535 เป็นต้นไป

   มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 5 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 ซึ่งแก้ไข
เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2512 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
      "มาตรา 5 ทิว ในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้เสียค่าแสตมป์ยาสูบในอัตราทั้งตาม
มูลค่าและตามปริมาณ ให้เสียค่าแสตมป์ยาสูบในอัตราที่คิดเป็นเงินสูงกว่า"

   มาตรา 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 5 ตรี มาตรา 5 จัตวา และมาตรา 5 เบญจ
แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509
      "มาตรา 5 ตรี การเสียค่าแสตมป์ยาสูบตามมูลค่านั้นให้ถือมูลค่าตาม (1) และ (2)
โดยให้รวมค่าแสตมป์ยาสูบที่พึงต้องชำระด้วย ดังนี้
      (1) ในกรณียาเส้นที่ทำในราชอาณาจักร ให้ถือตามราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรมยาสูบ
   ในกรณีไม่มีราคาขายยาเส้น ณ โดรงอุตสาหกรรมยาสูบ หรือราคาขายยาเส้น ณ  โรง
อุตสาหกรรมยาสูบมีหลายราคา ให้ถือตามราคาที่อธิบดีประกาศตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด
ในกฎกระทรวง
   เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บค่าแสตมป์ยาสูบ อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศมูลค่า
ของยาเส้นที่ผลิตในราชอาณาจักร เพื่อถือเป็นเกณฑ์ในการคำนวณค่าแสตมป์ยาสูบ โดยกำหนด
จากราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรมยาสูบในตลาดปกติได้
   ในกรณียาสูบที่ทำในราชอาณาจักร ให้ถือตามราคายาสูบตามที่อธิบดีประกาศกำหนดตาม
มาตรา 23 เป็นราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรมยาสูบ
      (2) ในกรณียาเส้นหรือยาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ถือราคา ซี.ไอ.เอฟ.
ของยาเส้นหรือยาสูบ บวกด้วยอากรขาเข้าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม
การลงทุน และภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นตามที่จะได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา แต่ไม่รวมถึง
ภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กำหนดในหมวด 4 ลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร
   ในกรณีที่ผู้นำเข้าได้รับยกเว้นหรือลดอัตราอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม
การลงทุนหรือตามกฎหมายอื่น ให้นำอากรขาเข้าที่ได้รับยกเว้นหรือลดอัตราดังกล่าวมารวมใน
การคำนวณมูลค่าตาม (2) ด้วย
   ราคา ซี.ไอ.เอฟ. ตาม (2) ได้แก่ ราคายาเส้นหรือยาสูบที่บวกด้วยค่าประกันภัยและ
ค่าขนส่งถึงด่านศุลกากรในราชอาณาจักร ทั้งนี้ เว้นแต่
      (ก) ในกรณีที่อธิบดีกรมศุลกากรประกาศให้ราคาในท้องตลาดสำหรับยาเส้นหรือยาสูบ
ประเภทใดประเภทหนึ่ง ต้องเสียอากรตามราคาเป็นรายเฉลี่ยตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร
ก็ให้ถือราคานั้นเป็นราคายาเส้นหรือยาสูบในการคำนวณราคา ซี.ไอ.เอฟ.
      (ข) ในกรณีที่เจ้าพนักงานศุลกากรประเมินราคาเพื่อเสียอากรขาเข้าใหม่ตามกฎหมายว่า
ด้วยศุลกากร ให้ถือราคานั้นเป็นราคายาเส้นหรือยาสูบในการคำนวณราคา ซี.ไอ.เอฟ.
      มาตรา 5 จัตวา เพื่อประโยชน์ในการกำหนดมูลค่าของยาเส้นหรือยาสูบให้ผู้ประกอบ
อุตสาหกรรมยาสูบแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับราคาขายยาเส้นหรือยาสูบต่ออธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย
ตามแบบและภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด
      มาตรา 5 เบญจ ในกรณียาเส้นหรือยาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร รัฐมนตรีจะประกาศ
กำหนดให้กรมศุลกากรเรียกเก็บค่าแสตมป์ยาสูบเพื่อกรมสรรพสามิตก็ได้"

   มาตรา 5 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 45 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509
      "มาตรา 45 ทวิ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบใดไม่แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับราคาขาย
ยาเส้นหรือยาสูบตามมาตรา 5 จัตวา ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาทผู้ประกอบ
อุตสาหกรรมยาสูบใดแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับราคาขายยาเส้นหรือยาสูบตามมาตรา 5 จัตวา
อันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

   มาตรา 6 บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไป สำหรับกรณีดังต่อไปนี้
      (1)ยาเส้นหรือยาสูบที่การปฏิบัติจัดเก็บค่าแสตมป์ยาสูบยังค้างอยู่หรือที่ถึงกำหนดชำระก่อน
วันทที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
      (2) ยาเส้นหรือยาสูบที่ทำในราชอาณาจักรโดยบรรจุซองและปิดแสตมป์ยาสูบครบถ้วนแล้ว
แต่ยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรมยาสูบก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
      (3) ยาเส้นหรือยาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับที่ได้ปิด
แสตมป์ยาสูบแล้ว แต่ยังมิได้นำออกจากอารักขาของศุลกากรก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
   เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบหรือผู้นำยาเส้นหรือ
ยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักร ยื่นบัญชีรายละเอียดยาเส้นหรือยาสูบตาม (2) และ (3) โดยแสดง
รายการ ประเภท ชนิดและประมาณ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2534 พร้อมทั้งระบุสถานที่เก็บ
ยาเส้นหรือยาสูบนั้น และให้ยื่นบัญชีดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรม
ยาสูบตั้งอยู่หรือต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่มีการนำเข้ายาเส้นหรือยาสูบแล้วแต่กรณี ทั้งนี้
ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
   ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบหรือผู้นำเข้ายาเส้นหรือยาสูบผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคสอง ต้อง
ระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท

   มาตรา 7 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อานันท์ ปันยารชุน
นายกรัฐมนตรี
   หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้การปรับปรุงระบบ
ภาษีอากรของประเทศให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยพระราชบัญญัติแก้ไข
เพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 ได้ยกเลิกภาษีการค้าและนำภาษีมูลค่าเพิ่มมา
ใช้แทน สมควรปรับปรุงแสตมป์ยาสูบเพื่อให้มีความสอดคล้องกับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มตาม
ประมวลรัษฎากรดังกล่าว อีกทั้งให้เกิดความสะดวกในการจัดเก็บ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
(ร.จ. เล่ม 108 ตอนที่ 201 หน้า 189 วันที่ 21 พฤศจิกายน 2534)